สถิติโลกสุดแหวกแนวจากนักฟุตบอล

“กินเนสส์ เวิลด์ เร็คคอร์ดส์” เป็นหน่วยงานบันทึกสถิติโลกที่ได้รับการยินยอมรับทั่วทั้งโลก

เว็บ UFABET ซึ่งหลายท่านก็พยายามอย่างจริงจังเพื่อถูกจารึกให้เป็นเจ้าของสถิตินั้น เนื่องจากถ้าหากทำได้พวกเขาก็จะมีชื่อโด่งดัง

ในแวดวงบอลเองนั้นก็มีการทำสถิติหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลที่ทำแต้มได้มากที่สุดในโลก, กลุ่มที่ชนะติดต่อกันเป็นเวลานานที่สุด อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าอีกด้านหนึ่งมันก็มีสถิติแบบพิเศษที่นักเตะทำขึ้นด้วยเหมือนกัน แล้วก็วันนี้พวกเราก็จะมายกแบบอย่างให้ดูกันว่ามันมีอะไรบ้าง

  • ควบคุมบอลที่โยนลงมาจากความสูงที่สูงที่สุดได้
    ผู้ครอบครองสถิตินี้เป็นนักฟุตบอลที่แฟนบอลคนประเทศไทยคนไม่ใช่น้อยคงจะรู้จักกันดี เพราะเหตุว่าเขาเป็น เจมี่ เร้ดแน็ปป์ อดีตกาลดาวเตะ หงส์แดง แล้วก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้เคยเป็นขวัญใจของผู้หญิงคนจำนวนไม่น้อยด้วยนั่นเอง

สำหรับสถิตินี้นั้น เร้ดแน็ปป์ สามารถควบคุมบอลเสมือนทากาวเอาไว้ได้ ในขณะที่บอลโดนปลดปล่อยลงมาจากความสูง 38.92 เมตร แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะทำเป็นตั้งแต่คราวแรก เพราะว่าเจ้าตัวจำเป็นต้องบากบั่นถึงหลายคราวกว่าที่จะทำสำเร็จ

ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่พยายามทำสถิตินั้น เร้ดแน็ปป์ ยังได้รับบาดเจ็บตรงข้อมือด้วย เนื่องจากว่ามีคราวหนึ่งที่บอลที่เพื่อนของเขาโยนลงมามันกระแทกกับข้อมือของเจ้าตัวแบบสุดแรงเกิด แต่ว่าหากเทียบกับการได้ครอบครองสถิติโลก มันก็อาจจะคุ้มก็ได้

  • รับบอลที่โยนลงมาด้วยความสูงที่สูงที่สุดได้
    คุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นผู้เฝ้าประตูคือการรับบอลได้ติดมือ ถึงแม้ว่าบอลจะพุ่งมาด้วยความแรงขนาดไหน หรือลอยสูงเยอะแค่ไหน พวกเขาก็จำต้องจับบอลเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ปลดปล่อยให้มันหลุดจากมือจนถึงไปเข้าทางคู่ต่อสู้เด็ดขาด

ความสูง 102.5 เมตร บางครั้งอาจจะมองเป็นงานยากสำหรับหลายๆคน แต่ว่าไม่ใช่สำหรับ เดวิด ซีแมน อดีตกาลยอดผู้เฝ้าประตูผู้ดีอังกฤษ แล้วก็ กาวิน เฮนสัน นักรักบี้รายหนึ่ง เนื่องจากพวกเขาสามารถรับบอลจากความสูงดังที่กล่าวมาข้างต้นได้เวลาที่ทำภารกิจนี้ด้วยกันช่วงวันที่ 6 ธ.ค. ปี 2010

แน่นอนว่าทั้งสองก็เหมือนกับ เร้ดแน็ปป์ ด้วยเหตุว่ามีหลายทีที่พวกเขากะจังหวะพลาดจนถึงทำให้บอลลอดผ่านมือกับแขนไปเช่นเดียวกัน ซึ่งพอเพียงทำสำเร็จแล้วนั้น พวกเขาก็แผดเสียงเฮกันดังกระหึ่มเลย พร้อมด้วยได้รับใบประกาศรับรองถึงกระบวนการทำสถิติได้กลับไปนอนกอดที่บ้าน

  • เล่นให้หลายทีมเยอะที่สุด
    ในแวดวงกีฬา รวมทั้งโลกบอลนั้น การย้ายกลุ่มมันคือเรื่องปกติ ซึ่งต้นเหตุการย้ายกลุ่มก็มีมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไม่มีความสุข, เมื่ออยากได้ความท้าทายใหม่ๆ, เมื่อปรารถนาได้แชมป์ ฯลฯ ขนาดหน้าแข้งสุดยอดอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังย้ายทีมตั้งหลายหน

แต่ ไม่มีผู้ใดที่เปลี่ยนสีเสื้อบ่อยครั้งกว่า เซบาสเตียน อเบรอู ดาวเตะชาวอุรุกวัยอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อตอนก.ค.ก่อนหน้านี้เขาเซ็นสัญญากับ คลับ เดปอร์ติโบ มากายาเนส ทีมในประเทศชิลี กระทั่งทำให้นี่เป็นทีมที่ 27 ที่เขาเล่นให้!

อเบรอู มิได้เป็นนักฟุตบอลชื่อชั้นธรรมดา ด้วยเหตุว่าเขาเคยติดทีมชาติอุรุกวัย ระหว่างปี 1996-2012 พร้อมทั้งทำคะแนนให้บ้านเกิดได้ 26 ลูก จากการลงเล่น 70 นัดหมาย โดยจนกระทั่งในตอนนี้เขาก็ยังมิได้โดน มากายาเนส ยกเลิกสัญญา แม้ว่าจะแก่ 42 ปีเข้าไปและก็ตาม

ถ้าเกิดคุณสงสัยว่าคนไหนเป็นเจ้าของสถิติเดิมแล้วล่ะก็ ไม่ต้องมองดูไปไหนไกลเลย เนื่องจากว่าคนๆซึ่งก็คือ อเบรอู นั่นเอง ภายหลังเขาเล่นให้ เซนทรัล เอสปันญ่อล ซึ่งเป็นทีมที่ 26 ของเจ้าตัว เมื่อปีก่อน

  • ทำแต้มจากการยิงครึ่งสนามได้มากที่สุดใน 1 นาที
    เพียงพอขึ้นหัวข้อมาแบบงี้ คนไม่ใช่น้อยก็อาจรู้สึกว่าผู้เป็นเจ้าของสถิตินี้จะเป็นพวกกองหน้าสุดยอด หรือพวกปั่นฟรีคิกได้แม่น ด้วยเหตุว่ามันจำต้องใช้ความสามารถสูงพอสมควรสำหรับเพื่อการกะความแรงและก็แนวทางจากการยิงระยะไกล

อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่ครอบครองสถิตินี้อยู่เป็น อีเกร์ กาซียาส โดยเขาทำได้ตอนไปออกรายการโทรทัศน์ของที่ประเทศจีน เมื่อตอนก.ค. ปี 2011 โดยในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 นาทีนั้น เขาสามารถทำคะแนนจากการยิงกึ่งกลางสนามได้ถึง 11 ลูกเลยทีเดียว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

เฟลไลนี่รอดไม่รอด?สื่ออังกฤษออกมาเฉลยแล้ว

อูไน เอเมรี่ นายใหญ่อาร์เซน่อล อารมณ์ขันไม่ธรรมดาหลังแนะ มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางเลือดเฟร้ชน์ ไปตัดผมฟูค่อนข้างจะดีเยี่ยมที่สุด 

เว็บ UFABET เนื่องจากว่าจะก่อให้จบปัญหาโดนดึงหัวราวกับที่พบ มารูยาน เฟลไลนี่ กระทำในเกมลีกเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์นี้

อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนเก่งของ อาร์เซน่อล เสนอแนะทางสว่าง มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรง ให้รีบตัดผมฟูออกโดยทันที เพื่อเลี่ยงสถานะการณ์โดนฉุดกระชากหัวราวกับในกรณีที่โดน มารูยาน เฟลไลนี่ ดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธก่อนหน้าที่ผ่านมา

เหตุดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นในขณะ กองกลางชาวประเทศฝรั่งเศส ปฏิบัติกระชากบอลหนี เฟลไลนี่ แล้วก็ด้วยการที่ ดาวเตะเลือดเบลเยียม ช้ากว่าทำให้เจ้าตัวตกลงใจฉุดกระชากเส้นผมของ เกนดูซี่ จนถึงล้มกลิ้งลงไปนอนนิ่งอยู่ที่พื้นสนาม แถมที่เปลี่ยนเป็นหลักสำคัญดราม่าเนื่องมาจาก หน้าแข้ง ผีแดง” ไม่โดนแม้กระทั้งใบเหลือง และก็สัมพันธ์บอลอังกฤษ (เอฟเอก็เฉยเมยที่จะลงทัณฑ์ย้อนหลังด้วย

ภายหลังจากมีการกล่าวกันมากมายในกรณีนี้ ทำให้ เอเมรี่ จำต้องออกมาเสนอแนะเชิงชวนขันว่า เกนมองซี่ ควรจะไปตัดผมเพื่อจะได้ไม่ต้องพบกับเรื่องอย่างนี้อีก ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับแมตช์ถัดไปของ มัตเตโอ ก็คือการที่เขาจำต้องไปตัดผม แล้วก็ปัญหานี้จะจบลงโดยทันที ก็ราวกับ เฟลไลนี่ ! (ตัดผมทรงแอฟโฟรไปแล้วโอเคผมให้ความยำเกรงกับทรงผมของนักฟุตบอล !”

ยุคที่ผมยังเป็นนักเตะก็เช่นกัน ปัจจบันด้วยการที่มีกล้องถ่ายรูปเยอะแยะ เหตุการณ์ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอด 90 นาทีสามารถโดนจับภาพให้มองเห็นได้หมด มีเพียงแค่คำถามบางสิ่งบางอย่างสำหรับผมระหว่างนักฟุตบอลที่อยู่ในสนาม ถ้าหากมันไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีนักพวกเขามีสิทธิ์โดนใบเหลือง สำหรับในสนาม เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นได้ รวมทั้งมันเกิดเรื่องระหว่างนักฟุตบอล” เอเมรี่ ระบุ

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

ยักษ์ลอนดอนเปิดศึกแย่งดาวรุ่ง

อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมเปิดศึกชิง นาดีม อามิรี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง ฮอฟเฟ่นไฮม์

เว็บ UFABET แต่ว่าก็จำเป็นต้องแย่งกับ ชาลเก้ 04 ที่อยากได้ตัวด้วยเช่นเดียวกัน หลังหน้าแข้งทีมชาติเยอรมัน ชุดยู-21 สามารถย้ายทีมได้ในราคาสุดถูกตอนจบฤดูกาลนี้

“ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล รวมทั้ง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2 สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก กลายเป็นข่าวสารว่าพร้อมที่จะเปิดศึกกันนอกสนามเพื่อแย่งคว้าตัว นาดีม อามิรี่ กองกลางอนาคตไกลของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ สโมสรแห่งศึกบุนเดสลีกา มาเสริมกองทัพ จากการรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 1 เดือนธันวาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา

อาร์เซน่อล คิดว่า อามิรี่ จะเป็นผู้แทนที่ดีของ อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ ที่ส่อแววล่ำลาสโมสรในเร็วๆนี้ ในเวลาที่ สเปอร์ส ก็อยากได้กองกลางรายใหม่เหมือนกัน ด้วยเหตุว่าอนาคตของ มูซ่า เดมเบเล่ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

อีกทั้ง 2 สโมสรแห่งกรุงลอนดอนต่างติดอกติดใจฝีเท้าของดาวเตะทีมชาติเยอรมัน ชุดยู-21 มานานแล้ว แต่ว่า บิลด์ ก็อ้างถึงว่าพวกเขาจำเป็นที่จะต้องแย่งกับ “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ 04 ที่อยากได้ลำแข้งดาวรุ่งด้วยเช่นเดียวกัน

ในตอนที่มีกล่าวว่า อีกทั้ง 3 สโมสรสามารถที่จะคว้าตัว อามิรี่ ได้ในราคาเพียงแค่ 15.1 ล้านปอนด์ (679.5 ล้านบาท) เท่านั้นในตอนซัมเมอร์ปีถัดไป เพราะเหตุว่าข้อจำกัดที่เจาะจงเอาไว้ในข้อตกลง นอกจากนี้ อาร์เซน่อล ก็หวังว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ จะช่วยทำให้พวกเขามีความเป็นต่อคู่ต่อสู้ทีมอื่นๆ

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

บูกิตจาลิล ดุดัน น่าเกรงขาม แต่…พวกเขาสุภาพมากกกก!

บูกิตจาลิล ดุดัน น่าเกรงขาม แต่…พวกเขาสุภาพมากกกก!

ศึกลูกหนังเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว ทีมชาติไทยแชมป์สายบี จะต้องพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย รองแชมป์สายเอ โดยเกมนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ณ สนามบูกิตจาลิล รังเหย้าที่มีความจุถึง 87,411 ที่นั่ง แถมการเชียร์ของแฟนบอลเสือเหลือง ก็ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและพร้อมเพียงจนถูกยกย่องว่าเจ๋งที่สุดชาติหนึ่งของอาเซียน

ล่าสุดสื่อกีฬาทุกสำนักตีข่าว ตั๋วเข้าชมเกมการแข่งขันระหว่างทีมชาติมาเลเซีย พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนามบูกิตจาลิล ถูกขายหมดเกลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แฟนบอลชาวไทยที่เดินทางไปเชียร์เกมดังกล่าวแบบติดขอบสนามก็น่าจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงแฟนบอลที่ดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ก็คงจะได้เห็นการเชียร์แบบพร้อมเพียงเมื่อภาพตัดไปยังรอบๆสนาม

ครั้งล่าสุดที่ทีมชาติไทยบุกมาเยือนสนามแห่งนี้ก็คือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รอบชิงนัดที่สอง ที่ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายแพ้ 2-3 แต่สกอร์ดังกล่าวก็เพียงพอต่อการคว้าแชมป์อาเซียนคัพครั้งแรกในรอบ 12 ปี และการเฉลิมฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลมาเลเซียเกือบแสนคน ถือเป็นบรรยากาศที่ไม่ธรรมดา

โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย กำลังมองหาใครสักคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ที่สามารถถ่ายทอดบรรยากาศอันยอดเยี่ยมที่สนามบูกิตจาลิล เมื่อ 20 ธ.ค.57 ให้เราฟังได้ และเราก็เจอตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว

นักฟุตบอล สตาฟโค้ช รวมไปถึงกองเชียร์ชาวไทย พวกเขาอาจจะจดก้องไปที่เกมในสนามที่ตื่นเต้นเร้าใจเป็นหลัก แต่สำหรับ อำพล ทองเมืองหลวง ช่างภาพกีฬาที่ทำหน้าที่บันทึกภาพนิ่งอยู่ในสนามวันนั้น กับหลงใหลในบรรยากาศโดยรอบเสียมากกว่าเกมในสนาม ซึ่งคนๆนี้จะเป็นผู้เล่าถึงบรรยากาศในวันนั้น และการพูดถึงกองเชียร์ที่ว่ากันว่า ทรงพลังที่สุดชาติหนึ่งของอาเซียน

“ผมไปถ่ายฟุตบอลมาหลายสนาม อาจจะไปยังไม่ครบทุกที แต่ บูกิตจาลิล คือหนึ่งในสนามที่ประทับใจมากที่สุด” อำพล ทองเมืองหลวง อดีตช่างภาพฟุตบอลสยาม เริ่มเผยกับ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

“ด้วยบรรยากาศการเชียร์แฟนบอลมาเลเซีย โดยเฉพาะกลุ่มอุลตร้ามาลายา น่าสนใจมาก พวกเขาเชียร์ด้วยความพร้อมเพียง เสียงดัง มีเสน่ห์มาก หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะเรา (ทีมชาติไทย) มาคว้าแชมป์ที่สนามแห่งนี้ก็ได้ จึงเป็นการทำงานที่ผมประทับใจมากที่สุด” ช่างภาพเจ้าของฉายา “Feelphoto” เผย

“แฟนบอลแต่ละชาติต่างก็จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่างอินโด หลายคนบอกว่าโหดป่าเถื่อน หรือจะเป็นที่พม่า ผมเคยโดนแฟนบอลขว้างถุงน้ำหมาก หรือพวกน็อตเล็กๆ ใส่มาแล้ว แต่สำหรับแฟนบอลมาเลเซีย ผมว่าพวกเขาน่ารักเลย”

“ตอนเดินเข้าสนามอาจจะดูวุ่นวาย เพราะจำนวนแฟนบอลที่มาก แต่พอทุกคนอยู่ประจำที่แล้วเชียร์ด้วยความพร้อมเพียง กลุ่มอุลตร้ามาลายาจะเป็นคนเร้าบรรยากาศในสนามให้ดูดุดัน ข่มขวัญคู่ต่อสู้ นั้นก็ทำให้แฟนบอลที่นั่งอยู่ตรงจุดอื่นๆมีอารมณ์รวมไปด้วย จากความพร้อมเพียงของกลุ่มอุลตร้าฯ ที่อยู่ด้านหลังประตูฝั่งเดียวก็ส่งไปถึงแฟนบอลทั้งสนามให้มีความพร้อมเพียงในการเชียร์ไปด้วย”

“ความดุดันและพร้อมเพียงของแฟนบอลมาเลเซียที่สนามบูกิตจาลิล หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้ที่ดี รวมไปถึงการปลุกเร้านักเตะมาเลเซียให้มีพลังมากขึ้น ส่วนตัวผมมองว่าคงเป็นแค่การกระตุ้นนักเตะมาเลเซียมากกว่า ส่วนการข่มขวัญคู่ต่อสู้นั้นไม่น่าจะส่งผลมากเท่าไหร่” อำพล ทองเมืองหลวง เผย

“บางทีบรรยากาศแบบนี้นักเตะไทยอาจจะชอบก็ได้” อำพล ทองเมืองหลวง Photojournalist สังกัด PPTV เผยมุมมองที่แตกต่างออกไป ถึงเกมที่ทีมชาติไทยจะบุกไปเยือนทีมชาติมาเลเซีย ในรอบรองชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 นัดแรกในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

“ไม่บ่อยที่นักเตะไทยจะได้เล่นท่ามกลางคนดูเกือบแสนคนแบบนี้ ยิ่งเสียงดัง นักเตะไทยอาจจะยิ่งสนุกไปกับการเล่นก็ได้ ผมว่าบางที แพท สเตเดี้ยม ยังข่มขวัญคู่แข่งได้มากกว่าที่นี่ (บูกิตจาลิล) เสียอีก ที่สำคัญพวกเขาค่อนข้างสุภาพมากเมื่อเจอนักเตะคู่แข่งหรือแฟนบอลชาติอื่น”

“พวกเขากำลังแสดงโชว์ความยิ่งใหญ่ในการเชียร์ฟุตบอลให้คนชาติอื่นได้เห็น พวกเขาแสดงศักยภาพในการเชียร์อย่างเต็มที่ มีเท่าไรใส่ให้หมด แต่…พวกเขาไม่เกเร”

“อย่างตอนนัดชิงปี 2014 พอจบเกม ทุกคนโฟกัสไปที่การฉลองชัยชนะของนักเตะไทย แต่สิ่งที่ผมเห็นและไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นก็คือ แฟนบอลมาเลเซีย เกือบทั้งสนามยืนขึ้นและปรบมือให้กับนักเตะไทย ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ตะโกนให้กำลังใจนักเตะมาเลเซียที่หมดแรงและลงนอนไปกลับพื้นจากความผิดหวัง คิดดูถ้าเป็นที่อื่นหล่ะ…” อดีตช่างภาพสายฟุตบอลไทยที่ปัจจุบันย้ายไปถ่ายภาพข่าวให้กับ PPTV เผยกับ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย

“ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล โค้ช ผู้สื่อข่าว หรือแฟนฟุตบอล ครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรจะไปสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่บูกิตจาลิลสักครั้งหนึ่ง เพราะที่นี่มีเอกลักษณ์การเชียร์ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม หากจะให้ผมจำกัดข้อความสั้นๆเกี่ยวกับพวกเขา ก็ต้องใช้คำว่า…”

“ดุดัน แต่ สุภาพ”

Powered by UFABET


7 ตำนานไทยลีกคืนรังเก่าจะ “ปัง” หรือ “พัง”

7 ตำนานไทยลีกคืนรังเก่าจะ “ปัง” หรือ “พัง”

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัว มาริโอ ยูรอฟสกี้ ตำนานของทีมกลับรังอีกครั้งถือเป็นดีลที่ฮือฮาไม่น้อย และก่อนหน้านี้ฟุตบอลไทยลีกก็มีการดึงนักเตะตำนานของทีมกลับทีมเก่า ส่วนผลงานจะ “ปัง” หรือ “พัง” นั้นเรามีมาฝาก…

ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล (โอสถสภาฯ)

นี่คือนักเตะที่เล่นชุดใหญ่ของ โอสถสภาฯ ตั้งแต่อายุ 18 ปี และกลายเป็นแข้งตัวหลักของทีมตั้งแต่ยังถูกเรียกว่า “ดาวรุ่ง” ไม่แปลกที่ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล จะลงสนามให้กับทีมทะลุหลักร้อยตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ

ฟอร์มอันโดดเด่นกับ โอสถสภาฯ รวมไปถึงการมีดีกรีนักเตะทีมชาติไทยก็ทำให้ “วังลันตา” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เนื้อหอมก่อนถูก เซมบาวัง เรนเจอร์ส ทีมดังในศึกเอส-ลีก สิงคโปร์ ดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งการก้าวขาออกจาก “พลังเอ็ม” ในวัย 25 ปีก็ทำให้เขาเป็นตำนานของทีมตั้งแต่เวลานั้น หลังจากผ่านการลงสนามให้กับทีมไปมากกว่าสองร้อยนัด

หลังจากไปโกยเงินที่สิงคโปร์ 4 ปี ธวัชชัย ก็หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้ง ที่ยังคงจงรักภักดีกับ โอสถสภาฯ และการกลับมาครั้งนี้ของเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ควีนส์คัพ ได้ถึง 3 สมัยซ้อน รวมไปถึงผลงานในไทยลีกที่พาทีมจบอันดับ 3 ในครั้งที่ 8 และ 9

ปี 2006 ธวัชชัย จะออกไปหาความท้าทายในต่างแดนอีกครั้งใน วี-ลีก เวียดนาม 1 ฤดูกาลก่อนจะกลับมาอยู่กับ โอสถสภาฯ อีกครั้งหนึ่งในปี 2007 ซึ่งก็เป็นช่วงปลายอาชีพค้าแข้งแล้วจึงไม่โดดเด่นเหมือน 2 ครั้งแรกที่อยู่กับทีม

ผลงาน : ผ่าน


ดัสกร ทองเหลา (บีอีซี เทโรศาสน)

เมื่อเอ่ยถึง ดัสกร ทองเหลา ภาพที่ทุกคนนึกถึงก็คือ สุดยอดกองกลางของเมืองไทยคนหนึ่งที่โด่งดังมาตั้งแต่เด็กๆ จนได้รับฉายาว่า “เด็กระเบิด”

ราชประชา อาจจะเป็นทีมแรกที่เขาค้าแข้ง แต่ทีมที่แจ้งเกิดให้คนรู้จักชื่อ ดัสกร ก็คือ บีอีซี เทโรฯ ที่ก้าวสู่ตัวหลักของทีมตั้งแต่อายุ 17 ปี ผ่านการค้าแข้งไทยลีก, รองแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงการติดทีมชาติทุกชุด (U-19,U-23 และชุดใหญ่) ตั้งแต่อายุ 18 ปี

ปี 2007 ดัสกร ต้องโบกมือลา บีอีซี เทโร เพื่อไปค้าแข้งกับ ฮอง อันห์ ยาลาย ที่ทุ่มทุนคว้าตัวเขาไปค้าแข้งที่ วี-ลีก เวียดนาม ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองไทยในปี 2010 เมื่อ เอสซีจี เมืองทอง ควักเงิน 7 หลัก คว้าตัวเขามาร่วมทีม จนกลายเป็นตำนานของ “กิเลนผยอง” ไปอีกหนึ่งคน

อายุที่มากขึ้นทำให้โอกาสในการลงสนามของเขาในถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม น้อยลง นั้นก็ทำให้ต้นสังกัดต้องปล่อยเขาไปให้ทีมอื่น และ บีอีซี เทโร คือทีมที่เหมาะสมที่สุด ดัสกร ถูกส่งไปให้กับ “มังกรไฟ” ในปี 2017 ถือเป็นการคัมแบ็คกลับถิ่นเก่ารอบ 11 ปี

อาจจะไม่ใช่แกนหลักที่ลงให้กับทีมทุกนัด แต่ก็ใช้ประสบการณ์ช่วยทีมได้เยอะ ด้วยการลงสนาม 25 (ตัวจริง16) ยิงไป 1 ประตู ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อุดรธานี เอฟซี ในลีกล่างในฤดูกาลที่ผ่านมา

ผลงาน : ผ่าน


ธีรเทพ วิโนทัย (บีอีซี เทโรศาสน)

ใครบ้างไม่รู้จัก “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ดาวยิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน แถมชื่อของเขาก็ติดอยู่ในหูแฟนบอลชาวไทยมานานนับ 17 ปี แม้ว่าบางครั้งจะมีเสียงโห่จากแฟนบอลเข้าใส่เขา แต่ลึกๆแล้ว นี่คือหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลไทยชื่นชอบมากที่สุด

หลังจากกลับจากอังกฤษทั้งการเป็นนักเตะเยาวชน คริสตัล พาเลส และ ไปฝึกโครงการช้าง-เอฟเวอร์ตัน รุ่นแรก กลับมาเมืองไทยก็เริ่มค้าแข้งกับสโมสร บีอีซี เทโรศาสน พร้อมกับเป็นตัวหลักของทีมทันทีในปี 2006 และ 3 ฤดูกาลที่ “ลีซอ” เล่นให้กับ “มังกรไฟ” ก็ยิงไป 12 ประตู (2006 5ประตู, 2007 5 ประตู และ 2008 12ประตู) ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งที่เบลเยียมกับสโมสร เค ลีร์เซ

กระทั่งตลาดซื้อขายนักเตะวันสุดท้ายของเลกสองปี 2009 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างความฮือฮาด้วยการคว้าตัว “ลีซอ” มาร่วมทีม โดยเขายิงไปเพียง 2ลูกเท่านั้นในปีที่เมืองทอง คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรก

ฤดูกาล 2010 “ลีซอ” ยิงไปเพียง 2ลูกในเลกแรก และโอกาสการลงสนามก็มีน้อยทำให้ ทีมปล่อยตัวเขาให้กับ บีอีซี เทโร ยืมตัว ถือเป็นการคัมแบ็คกลับสู่ทีมอีกครั้ง พร้อมกับยิงไป 3ประตู แถมฟอร์มการเล่นก็โดดเด่นอีกด้วย ก่อนจะมีการซื้อขาดในปีต่อมาและยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการ (6ลูกในไทยลีก)

ปี 2012 ธีรเทพ วิโนทัย ถูก บางกอกกล๊าส เอฟซี ทุ่มทุนคว้าตัวไปร่วมทีมเป็นการปิดฉากตำนาน “มังกรไฟ” เป็นที่เรียบร้อยและดูไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปอีก

ผลงาน : ผ่าน


ซูมาฮูโร ยาย่า (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

หากพูดถึงตำนานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชื่อแรกๆที่แฟนบอลคิดถึงก็คือ ซูมาฮูโร ยาย่า ดาวยิงคนสำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 1 พร้อมกับเป็นคีย์แมนพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกให้กับทีมอีกด้วย

32 ประตูจาก 72 นัด ในการเล่นให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ก็ทำให้ไปเข้าตาแมวมองจากยุโรป ก่อนที่จะถูกขายให้กับ เกนท์ ทีมดังในลีกเบลเยียม พร้อมกับนำเงินเข้ากระเป๋าสโมสรจำนวน 20 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อ 8 ปีที่แล้วสำหรับวงการฟุตบอลไทยหลังจากไปค้าแข้งยุโรปนานเกือบ 7 ปี ยาย่า ก็หวนกลับสู่เมืองไทยอีกครั้งหนึ่งในเลกสองฤดูกาล 2016 ที่ถือเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาสำหรับวงการฟุตบอลไทย ด้วยความที่เป็นตำนานและสร้างชื่อเสียงให้กับสโมสรอาจจะทำให้ เมืองทองฯ ไม่ได้ตรวจร่างกาย ยาย่า ก่อนเซ็นสัญญา

ยาย่า มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาและไม่สามารถเรียกความฟิตลงสนามช่วยทีมได้ สัญญา 2 ปีครึ่งของเจ้าตัวก็นั้นหมดลงก่อนกำหนด เมื่อ เมืองทองไม่สามารถรอเจ้าตัวที่เจ็บนานครึ่งปีได้ และมีการยกเลิกสัญญาในที่สุด ชนิดที่ว่าการกลับมารอบสองไม่ได้ลงสนามช่วยทีมแม้แต่นัดเดียว

ล่าสุด ยาย่า ก็ค้าแข้งกับ วาดี้ เดกลา ในฟุตบอลลีกอียิปต์ ที่ตลอดทั้งฤดูกาลลงสนามให้กับทีมไปเพียง 1 นัด ในฐานะตัวสำรอง 19 นาที

ผลงาน : พัง


อนุรักษ์ ศรีเกิด (ทีโอที เอสซี)

มิดฟิดล์พลังไดนาโมอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย ทีผ่านการรับใช้ทีมชาติมากถึง 72 นัด โดย อนุรักษ์ ศรีเกิด มีจุดเริ่มต้นมาจากสโมสรฟุตบอล องค์การโทรศัพท์ หรือ ทีโอที

ไทยลีกครั้งแรก อนุรักษ์ ศรีเกิด กลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากระเบิดฟอร์มพา องค์การโทรศัพท์ คว้ารองแชมป์ไทยลีก ในฤดูกาลปกติก (ก่อนจะแพ้ ธ.กรุงเทพ รอบตัดเลือกของการเพลย์ออฟหาทีมแชมป์) ฟอร์มอันโดดเด่นของเขาก็ทำให้ถูก บีอีซี เทโร ทุ่มทุนคว้าตัวเขาไปร่วมทีม

หลังจากไปอยู่กับ บีอีซี เทโร นานถึง 7 ปีจนกลายเป็นตำนานของ “มังกรไฟ” รวมไปถึงไปค้าแข้งใน เอส-ลีก สิงคโปร์ กับวูดแลนด์ส เวลลิงตัน ก็หวนคืนกลับสู่ ทีโอที อีกครั้ง ในปี 2004/05 ที่สโมสรเลื่อนชั้นมาจาก ดิวิชั่น 1

การย้ายทีมครั้งนั้นของ อนุรักษ์ ศรีเกิด ถือว่าฮือฮามาก เพราะจากนักเตะตัวหลัก บีอีซี เทโร แต่เลือกมาเล่นให้กับทีมน้องใหม่ที่แทบไร้สตาร์ดังในทีม แม้จะพกดีกรีทีมชาติมาช่วยทีมแต่ก็ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดได้ ทีโอที ต้องตกชั้น ส่วน อนุรักษ์ ย้ายไปค้าแข้งทีสิงคโปร์ อีกครั้งหนึ่ง

และการย้ายกลับสู่ทีมครั้งที่ 3เมื่อ ทีโอที เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง อนุรักษ์​ ศรีเกิด ในวัยเข้าสู่เลข 3 ก็กลับมาช่วยทีมอีกครั้งและมีส่วนในการพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุด 2 ปีติด ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ พีทีที ระยอง และแขวนสตั๊ดที่นั้น

ผลงาน : ผ่าน


ศรายุทธ ชัยคำดี (การท่าเรือ)

นี่คือหนึ่งในดาวยิงที่ทำประตูเกิน 100ลูกในฟุตบอลไทยลีก “โจ้5หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี ดังระเบิดจากการค้าแข้งกับสโมสรการท่าเรือ ด้วยการคว้าดาวซัลโวไทยลีกตั้งแต่อายุ 21 ปี และการคว้าดาวซัลโวไทยลีกครั้งที่ 2 ให้กับตัวเองในฤดูกาล 2004/05 ก็ทำให้เขาดังระเบิดจนเนื้อหอมโดนหลายทีมรุมแย่งตัวไปร่วมทีม

ปี 2005 บิ่ญดิ่ญ ทีมดังจากเวียดนามคว้าตัวศูนย์หน้าทีมชาติไทยคนนี้ไปร่วมทีม 2 ปีที่เวียดนามก็เก็บเงินได้พอสมควร ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองไทยด้วยเล่นให้ต้นสังกัดเก่าอย่างการท่าเรือในปี 2007 แม้จะยิงได้เพียง 5ลูก แต่ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงก็ทำให้ โอสถสภาฯ คว้าตัวเขาไปร่วมทีม ถือเป็นการย้ายออกจากทีมครั้งที่สอง

ไปอยู่กับ โอสถสภาฯ ได้ 2 ปียิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เขาก็ตัดสินใจย้ายกลับสู่การท่าเรืออีกครั้งหนึ่ง การกลับมาของสู่ทีมครั้งที่ 3 ในฐานะ ตำนานกลับบ้านเก่า ก็ยังคงยอดเยี่ยม ด้วยการยิงไป 13 ประตูในลีกพาทีมจบอันดับ 4 พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์โตโยต้าลีกคัพ มาครอง แม้ว่าจะไม่ได้เล่นในนัดชิงแต่ฟอร์มอันร้อนแรกตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ก็ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปีดังกล่าวมาครอง

ปีต่อมาเขาก็ถูก บางกอกกล๊าส เอฟซี คว้าตัวไปร่วมทีม ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่เขาต้องย้ายออกจากทีมและไม่ได้กลับไปอีกเลย แต่นี่ก็คือเป็น ตำนานของ การท่าเรือ คนหนึ่ง

ผลงาน : ยอดเยี่ยม


ลูโดวิด ทาคาม (พัทยา ยูไนเต็ด)

นี่คือตำนานของ “โลมหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด หลังจากมาเมืองไทยปีแรกก็คว้าดาวซัลโวทันทีด้วยการซัดไป 17 ประตูในไทยลีกปี 2010 และฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวในปี 2011 ก็ทำให้ ชลบุรี เอฟซี ทีมร่วมเมืองต้องดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แต่กลายเป็นว่า การไปสวมเสื้อ ชลบุรี เอฟซี ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ทำให้เขาอยู่กับ “ฉลามชล” ได้เพียงครึ่งแรก ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับทีมเก่าที่สร้างชื่อให้กับเขา พร้อมกับระเบิดฟอร์มยิงไป 10 ประตูในเลกสองฤดูกาล 2012

ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาก็ถูก เพื่อนตำรวจ ทีมเงินถุงเงินถังในเวลานั้นทุ่มเงินคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ปิดตำนานเครื่องจักรถล่มประตูของ พัทยา ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อย

ผลงาน : ผ่าน

Powered by UFABET


เปิดใจ ‘ปีเตอร์ ชไมเคิล’

เปิดใจ ‘ปีเตอร์ ชไมเคิล’

ปีเตอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูระดับตำนานของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดใจว่า เขานั้นทั้งโกรธทั้งภูมิใจในตัวลูกชายของเขา กับเหตุการณ์ที่ แคสเปอร์ ชไมเคิล พยายามจะวิ่งเข้าไปในบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์ของประธานสโมสรเลสเตอร์ …

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกอีกหนึ่งสมัยกับทีมปีศาจแดง ภายใต้การคุมทีมของเฟอร์กี้ ที่เขายอมรับว่าเป็นเหมือนครอบครัวของเขา ได้ออกมาเปิดใจในเรื่องนี้ว่า

“ตั้งแต่ที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน และ อดีต ซีอีโออย่าง เดวิด กิลล์ วางมือจากสโมสรในปี 2013 หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เหมือนทีมที่ไร้ซึ่งเอกลักษ์อย่างที่เคยเป็นมา และทำให้สโมสรต้องตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ยากลำบากมาจนถึงทุกวันนี้”

“พวกเขาขาดเสน่ห์” คือ ปัจจัยสำคัญที่อดีตตำนานผู้รักษาประตูของทีมปีศาจแดงได้เน้นย้ำ ถึงสาเหตุที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องกลายมาเป็นทีมที่ตามหลังทีมอื่นๆไม่น้อยกว่า 4 ถึง 5 ทีมอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ชไมเคิลยังเชื่อด้วยว่าการที่สโมสรรีบไล่ เดวิด มอยส์ ออกจากทีมหลังจากคุมทีมได้เพียง 7 เดือน ต่อด้วยการไล่ หลุยส์ ฟาลกัล ออกหลังจากคุมทีมได้ 2 ซีซั่น ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยูไนเต็ดกลายมาเป็นทีมที่มีความ “อ่อนด้อย” ลงกว่าคู่แข่งอีกหลายทีม ซึ่งอดีตนายด่านชุดแชมป์ยูโร ปี1992 กับทีมเดนมาร์กได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

“ผมรับไม่ได้เลยที่เห็นแมนฯยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรที่ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอยู่บ่อยๆ การไล่ เดวิด มอยส์ หลังจากคุมทีมได้เพียง 7 เดือน แล้วเปลี่ยนมาเป็น หลุยส์ ฟาลกัล และ ล่าสุดกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ทีมก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น เพราะทั้งสามคนมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก และต้องให้เวลาพวกเขาในการบริหารจัดการ”

“เราเคยมีผู้จัดการทีมเพียงคนเดียวมากว่า 30 ปี และนั้นแหละคือเหตุผลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่ได้จนถึงทุกวันนี้ การมาของ มูรินโญ่ ก็หมายความว่าสโมสรได้ตัดสินใจเลือกทางเดินแบบที่เป็น มูรินโญ่ เอาไว้แล้ว การมาคาดหวังให้ มูรินโญ่ ทำทีมได้สวยงามแบบที่ เซอร์อเล็กซ์ เคยทำไว้มันเป็นไปไม่ได้หรอก ทั้งสองคนมีสไตล์การทำทีมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นผมไม่โทษมูรินโญ่ หรอกนะ”

“แม้ว่าที่ผ่านมามูรินโญ่ จะอยู่กับสโมสรต่างๆได้เพียง 2-4 ปี แต่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด คุณต้องให้เวลาเขามากกว่านั้น เพราะผมมั่นใจว่าหากเขาอยู่กับสโมสรได้ถึง 10 ปี ทีมปีศาจแดงก็จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน และนั้นแหละคือ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง”

“เพราะฉะนั้นมูรินโญ่ จึงไม่ควรถูกไล่ออก ผมเชื่อยังงั้น” ยักษ์เดนส์กล่าวทิ้งทายในที่สุด

Powered by UFABET


 

 

 

9 นักเตะที่ทำอาชีพสุดแหวกหลังแขวนสตั๊ด

9 นักเตะที่ทำอาชีพสุดแหวกหลังแขวนสตั๊ด

นี่คือ 9 นักฟุตบอล ที่ทำอาชีพสุดแหวกแนว หลังจากตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปแล้ว มาดูกันว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นใคร และทำงานอะไรอยู่ในตอนนี้

นักฟุตบอลหลายๆ คน มักจะทำงานเป็นโค้ชทีมฟุตบอล นักวิจารณ์เกม ผู้บรรยายเกม หรืออาชีพที่ใช้ความสามารถทางฟุตบอลซะเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะพวกเขามีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากมายอยู่แล้ว

แต่กับ 9 คนนี้ พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่ต่างไป ด้วยการทำอาชีพสุดแหวก ที่คุณผู้อ่านอาจจะไม่เชื่อเลยว่า นักฟุตบอลคนนี้จะเลือกทำอาชีพดังกล่าวหลังเลิกเล่นฟุตบอล

ฟาเบียง บาร์กเตซ์ (นักแข่งรถ)

อดีตมือกาวหัวใสรายนี้ประสบความสำเร็จมากพอสมควรในการเล่นฟุตบอล เขาเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและยูโรมาแล้วกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมไปถึงการเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำอย่างโมนาโก, มาร์กเซย และแมนฯ ยูไนเต็ด

ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จของบาร์กเตซ คุณคงจะไม่แปลกใจนักหากเขาจะผันตัวไปเป็นโค้ช ทว่าอดีตมือกาวแชมป์โลกรายนี้กลับตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองจากนักฟุตบอลมาเป็นนักแข่งรถ และเจ้าตัวก็ทำมันได้ดีเสียด้วย โดยอดีตนายทวารของแมนฯ ยูไนเต็ด มีดีกรีเป็นถึงแชมป์รายการ French GT ในปี 2013 รวมถึงได้ลงแข่งในการแข่งขันรถแข่งชื่อดังอย่าง Le Mans 24 Hours ด้วย และปัจจุบันนี้ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคงลงแข่งขันรถ แข่งอยู่เรื่อยๆ


บิเซนเต้ ลิซาราซู (นักยูยิตซู)

เพื่อนร่วมทีมชาติของบาร์กเตซอย่างลิซาราซู ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เลือกอาชีพหลังการเลิกเล่นนักฟุตบอลที่น่าตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อเขาตัดสินใจไปเป็นนักกีฬายูยิตซู (ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่ง ที่เน้นการจับล็อคและจับทุ่ม)

และลิซาราซูก็ยังคงประสบความสำเร็จในกีฬาชนิดนี้ เหมือนกับที่เขาเคยประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล โดยอดีตแบ็คซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้มีดีกรีเป็นนักยูยิตซูแชมป์ยุโรปของสายสีฟ้า เมื่อปี 2009 เลยทีเดียว


สตีฟ บรูซ (นักเขียนนิยาย)

ทุกคนอาจจะเคยเห็น สตีฟ บรูซ เคยทำงานเป็นผู้จัดการทีมให้กับหลายสโมสรในอังกฤษ แต่เราเดาว่าหลายๆ คนคงไม่รู้แน่ ว่าอดีตกองหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ เคยเป็นนักเขียนนิยายมาก่อน

บรูซเคยเขียนนิยายออกมาทั้งหมด 3 เล่มด้วยกัน (ไม่นับรวมหนังสือชีวประวัติ) ซึ่งนิยายทั้ง 3 เล่ม มีชื่อว่า Striker, Sweeper และ Defender อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือของซันเดอร์แลนด์ก็ออกมายอมรับด้วยความเขินอายว่า หนังสือนิยายของเขานั้นไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก

นิยายทั้ง 3 เล่ม ที่สตีฟ บรูซ เป็นผู้เขียน


โทมัส กราเวอเซ่น (นักโป๊กเกอร์)

อดีตกองกลางชื่อดังชาวเดนมาร์ก ผู้เคยลงเล่นให้กับสโมสรชื่อดังอย่างฮัมบูร์ก, เซลติก, เอฟเวอร์ตัน และเรอัล มาดริด ตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตหลังเกษียณตัวเองจากวงการฟุตบอลที่สหรัฐอเมริกา พร้อมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักเสี่ยงโชคอย่างเต็มตัว

กราเวอเซ่นถือเป็นนักเสี่ยงโชคฝีมือดีคนหนึ่ง โดยเฉพาะการเล่นโป๊กเกอร์ เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ลาส เวกัส เมื่อปี 2013 และเขาก็ถือเป็นคนที่มีฝีมือในด้านนี้อย่างมาก ถึงขนาดที่มีรายงานว่า อดีตกองกลางทีมชาติเดนมาร์กมีทรัพย์สินอยู่ที่ 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว


จอร์จ เวอาห์ (ประธานาธิบดีไลบีเรีย)

เวอาห์ถือเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาลงเล่นให้กับโมนาโก, เปแอสเช และเอซี มิลาน นอกจากนี้ อดีตดาวเตะชาวไลบีเรียยังมีดีกรีเป็นนักเตะที่มีสัญชาตินอกยุโรปคนแรกที่สามารถคว้าบัลลงดอร์ได้ด้วย

ด้วยชื่อเสียงทางด้านฟุตบอล อดีตดาวเตะโมนาโกรายนี้คงจะสามารถก้าวมาเป็นโค้ชคอยฝึกสอนผู้เล่นรุ่นต่อไปได้สบายๆ แต่เวอาห์กลับเลือกที่จะลงเล่นการเมืองในประเทศบ้านเกิด ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง


กาอิซก้า เมนดิเอต้า (ดีเจ)

เมนดิเอต้าถือเป็นหนึ่งในกองกลางมากพรสวรรค์คนหนึ่งของทีมชาติสเปนในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 และเขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่พาบาเลนเซียเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน (แม้จะพลาดแชมป์ทั้ง 2 ครั้งก็ตาม)

แต่นอกจากพรสวรรค์ในด้านฟุตบอลแล้ว ดูเหมือนว่าอดีตกองกลางของมิดเดิลสโบรช์รายนี้จะมีพรสวรรค์ในเรื่องของเสียงเพลงด้วย เพราะหลังจากเลิกเล่น เมนดิเอต้าได้ช่วงเวลาสั้นๆ ในการทำงานเป็นดีใจในสถานบันเทิงที่ลอนดอน และเขาก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องราตรีเหมือนกัน


ปาโปล ออสวัลโด้ (นักดนตรี)

หนึ่งในกองหน้าฝีเท้าดีคนหนึ่งของวงการฟุตบอล แต่ด้วยความติสท์ของเขา ทำให้ออสวัลโด้ไม่สามารถลงเล่นให้กับทีมไหนได้นานนัก และที่สุดแล้ว ดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง30 ปี เพื่อไปตามความฝันของเขา นั่นคือการเป็นร็อคสตาร์!

ใช่แล้ว คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอก ออสวัลโด้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลเพื่อไปเป็นนักดนตรี โดยเขาได้รวมตัวกับเพื่อนนักดนตรีในสมัยที่ตัวเองเล่นอยู่กับเอสปันญ่อล ฟอร์มวงดนตรีที่ชื่อว่า Barrio Viejo ขึ้นมา และดูเหมือนว่า เจ้าตัวจะมีความสุขกับงานที่ทำในตอนนี้เหลือเกิน


ทิม วีเซ่ (นักมวยปล้ำ)

อดีตมือกาวคนเก่งของเบรเมนรายนี้ ตัดสินใจประกาศแขวนถุงมือในการลงเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังจากมองว่าตัวเองผ่านจุดสูงสุดในอาชีพนักฟุตบอลไปแล้ว แต่ดูเหมือนเขายังเชื่อว่าตัวเองจะยังสามารถเป็นนักกีฬาต่อไปได้ และวีเซ่ก็ได้ก้าวมาเป็นนักมวยปล้ำของ WWE บริษัทมวยปล้ำชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

อดีตจอมหนึบทัพอินทรีเหล็กรายนี้เข้าไปเป็นนักมวยปล้ำของ WWE ตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะได้ลงปล้ำในฐานะนักมวยปล้ำอาชีพครั้งแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี พร้อมกับได้รับฉายาว่า ‘The Machine’


อายัน เดอ ซูว์ (ตำรวจสืบสวน)

กองหลังชาวดัตช์ผู้เคยผ่านการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกกับปอร์ทสมัธและวีแกน ในช่วงทศวรรษที่ 2000 รายนี้ ถือเป็นกองหลังที่มีฝีเท้าไม่เลวในช่วงนั้น แม้จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมใหญ่ๆ ในลีกเลยก็ตาม

หลังจากแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2009 เดอ ซูว์ ผันตัวเองไปเป็นตำรวจสืบสวนแบบเต็มตัวที่เนเธอร์แลนด์ บ้านเกิดของตัวเอง และในปี 2014 เขาก็ได้เปิดเผยสาเหตุที่ตัวเองไปทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ว่า “ผมมีความสนใจในการทำงานเป็นตำรวจอยู่ตลอด และผมก็ต้องการที่จะทำประโยชน์อะไรสักอย่างให้กับสังคม”

Powered by UFABET


สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน