รวมแข้งย้ายไปลีกยุโรป หลังโชว์ผลงานดีใน เอเชียน คัพ

รวมแข้งย้ายไปลีกยุโรป หลังโชว์ผลงานดีใน เอเชียน คัพ


เตะตาแมวมอง!

วันนี้เราได้รวบรวมนักเตะที่โชว์ผลงานได้ดีใน ศึกชิงแชมป์ เอเชีย ตั้งแต่อดีตมาจนถึงครั้งล่าสุดจนทำให้ได้ย้ายไปเล่นในลีกยุโรป ซึ่งบอกได้เลยว่ามีแมวมองจากทีมใน บุนเดสลิกา เพียบ!


เอเชียน คัพ 2000 เลบานอน

จุนอิจิ อินาโมโตะ

อินาโมโตะ เป็นหนึ่งในนักเตะตัวหลักในแดนกลางของทัพ ‘ซามูไรบลู’ ใน เอเชียน คัพ 2000 ที่ เลบานอน และก็ช่วยให้ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าเอเชียสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

หลังจากนั้น เมื่อตลาดซื้อขายของยุโรปเปิดขึ้นในซัมเมอร์ปี 2001 ได้เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นเมื่อ อินาโมโตะ ย้ายข้ามฝากมายังเกาะอังกฤษ เพื่อชูเสื้อเปิดตัวกับทีมดังอย่าง อาร์เซนอล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แทบจะไม่ได้ลงสนามให้กับ อาร์เซนอล แม้จะเป็นนักเตะในทีมชุดที่คว้า พรีเมียร์ลีก ได้ก็ตาม

ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ประสบความสำเร็จกับ อาร์เซนอล แต่ อินาโมโตะ ก็ผจญภัยอยู่ในยุโรปอยู่หลายปีกับหลายสโมสรทั้ง ฟูแล่ม, เวสต์บรอม, คาร์ดิฟฟ์, กาลาตาซาราย, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และ แรนส์ ก่อนที่จะย้ายกลับมาดินแดนอาทิตย์อุทัยบ้านเกิดในวัย 30 ปี และปัจจุบันก็ค้าแข้งอยู่กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มีเพื่อนร่วมทีมเป็นนักเตะไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ นั่นเอง


ชินจิ โอโนะ

ดาวรุ่งจาก อูราวะ เรดไดมอนส์ คนนี้เป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีมชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 1998 ที่ ฝรั่งเศส และ ชุดคว้าแชมป์ เอเชียนคัพ 2000 ที่ เลบานอน เคียงข้างกับ อินาโมโตะ อย่างไรก็ตาม โอโนะ เป็นแค่ตัวสำรองที่มักจะได้ลงสนามมาในครึ่งหลังเท่านั้นต่างจาก อินาโมโตะ ที่ยึดตัวจริงของทีม

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อตลาดซื้อขายของยุโรปเปิดขึ้นในปี 2001 ก็เป็น เฟเยนอร์ด จาก เอเรดีวีซี ฮอลแลนด์ เห็นแววในตัวของกองกลางเลือดซามูไรคนนี้ และยื่นข้อเสนอจำนวน 5.5 ล้านยูโรดึงตัว โอโนะ ไปร่วมทีม

โอโนะ ได้เป็นตัวหลักในแดนกลางของทีมทันที เขาได้เล่นร่วมกับนักเตะอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ และ เฟเยนอร์ด ก็คว้าแชมป์รายการ ยูฟ่า คัพ ได้ทันทีในฤดูกาลนั้นโดยการเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ในรอบชิงชนะเลิศ

โอโนะ โลดแล่นอยู่ที่ดินแดนกังหันอยู่ 5 ปี ก่อนที่จะกลับ อุราวะ เรดไดมอนส์ ในปี 2006 และเมื่อปี 2008 เขาก็ตัดสินใจไปที่ยุโรปอีกครั้งกับทีม เฟาเอฟแอล โบคุ่ม ในลีกรองเยอรมัน และปัจจุบัน เป็นเพื่อนร่วมทีมของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ อยู่ที่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร


อี ดอง-กุ๊ก

ตำนานหัวหอกของทีมชาติ เกาหลีใต้ ทำไป 6 ประตูใน เอเชียน คัพ 2000 และได้รางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนท์ไปปลอบใจ เพราะทีม โสมขาว เข้าไปถึงแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ และแพ้ให้กับ ซาอุดิ อราเบีย ก่อนที่จะเอาชนะเกมชิงที่ 3 ต่อจีนได้

หลังจบทัวร์นาเมนท์ เวเดอร์ เบรเมน ทีมจาก บุนเดสลิกา เยอรมัน ก็ได้ติดต่อดึงตัว ดองกุ๊ก ไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว แต่หัวหอกโสมขาวก็ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับยุโรปได้ และเมื่อหมดสัญญายืมตัวเขาจึงกลับมาค้าแข้งในถิ่นบ้านเกิดอีกครั้ง

ในปี 2007 ดองกุ๊ก ได้โอกาสอีกครั้งคราวนี้เขาเลือกย้ายมาร่วมทีม มิดเดิลสโบรห์ ใน พรีเมียร์ลีก แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาล้มเหลวในซีกโลกตะวันออก ดองกุ๊ก ลงสนามให้ เดอโบโร่ 14 เกมในลีกและยิงประตูไม่ได้เลย เขาจึงกลับมาที่ เกาหลีใต้ อีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็นตำนานให้กับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส มาจนถึงปัจจุบัน


เอเชียน คัพ 2004 จีน

โคจิ นากาตะ 

นากาตะ เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองในรอบแบ่งกลุ่ม และเมื่อทัพซามูไรบลู เข้าถึงรอบตัดเชือกเขาก็เริ่มได้โอกาสลงสนามเป็นตัวสำรอง และได้เป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็คซ้ายในนัดชิงชนะเลิศ อีกทั้งเจ้าตัวยังยิงประตู ในเกมรอบรองชนะเลิศกับ บาห์เรน และรอบชิงชนะเลิศกับ จีน ได้อีกด้วย

หลังจบทัวร์นาเมนท์ นากาตะ กลับมาเล่นลงเล่น คาชิมา อันท์เลอร์ ต่อใน เจลีก สเตจ 2 และเมื่อจบฤดูกาล เขาก็ย้ายไปร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย และค้าแข้งอยู่ใน ลีกเอิง 2 ปีก่อนจะย้ายไปร่วมทีม เอฟซี บาเซิล และกลายเป็นนักเตะตัวหลักในทีมชุดคว้าแชมป์ลีกแดนนาฬิกาและบอลถ้วย


อาลี คาริมี่

เจ้าของฉายา ‘มาราโดน่าอิหร่าน’ ได้พาทีมทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศใน เอเชียน คัพ 2004 แต่ก็แพ้เจ้าภาพอย่าง จีน ในการดวลจุดโทษ และเอาชนะ บาห์เรน คว้าอันดับ 3 ของรายการมาปลอบใจได้

คาริมี่ ติดทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนท์ อีกทั้งยังยิงไป 5 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วม และในปีนั้นเขาก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเอเชียไปครอง ก่อนที่ปีต่อมาเจ้าตัวสร้างเสียงฮือฮาขึ้นมาหลังจากย้ายไปร่วมกับยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิก

หลังอยู่กับ เสือใต้ ได้สองฤดูกาล เจ้าตัวก็กลับมาโลดแล่นกับหลายทีมในตะวันออกกลาง และหวนกลับไปที่เมืองเบียร์อีกครั้งกับ ชาห์ลเก้ 04 ในปี 2011 ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดด้วยวัย 35 ปี


เอเชียนคัพ 2011 กาตาร์

ชินจิ โอกาซากิ

กองหน้าจอมขยันคนนี้ เป็นส่วนหนึ่งในทัพ ซามูไรบลู ที่คว้าแชมป์จ้าวเอเชียสมัยที่ 4 มาครอง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำหน้าที่ได้ที่ในการสนับสนุนจอมทัพอย่าง เคซุเกะ ฮอนดะ และยังยิงไป 3 ประตูเป็นดาวซัลโวของทีมร่วมกับ เรียวอิจิ มาเอดะ กองหน้าตัวจริงของทีม

หลังจบทัวร์นาเมนท์ โอกาซากิ ก็เก็บข้าวของไปค้าแข้งที่เยอรมันกับ สตุ๊ทการ์ท ทันทีและต่อมาได้ย้ายไปร่วมทีม ไมนซ์ 05 และเมื่อปี 2015 เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ยื่นเงินจำนวน 11 ล้านยูโร ดึงตัว โอกาซากิ ไปร่วมทีมและเขาก็ได้กลายเป็นผู้เล่นญี่ปุ่นคนแรกที่ได้สัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังจากนั้น


คู จา-โชล

เป็นอีกครั้งที่ทัพโสมขาวต้องอกหักใน เอเชียน คัพ อีกทั้งยังแพ้ทีมที่พวกเขามองเป็นคู่แข่งอย่าง ญี่ปุ่น ในรอบรองชนะเลิศ แต่ เกาหลีใต้ ก็คว้าที่ 3 มาปลอบใจได้ โดยมี คู จา-โชล ยิงไป 5 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนท์

หลัง เอเชียน คัพ จบลง โวล์ฟบวร์ก ได้ยื่นเงิน 2 ล้านยูโร ให้กับ เจจู ยูไนเต็ด ดึงตัวตัวรุกโสมขาวไปร่วมทัพและหลังจากนั้นเจ้าตัวก็โลดแล่นอยู่ในบุนเดสลิกากับทั้ง เอาส์บวร์ก, ไมนซ์ 05 และกลับมายัง เอาส์บวร์ก อีกครั้งในฤดูกาลนี้


จิ ดอง-วอน

นอกจาก คู จา-โชล แล้ว อีกหนึ่งคีย์แมนของโสมขาวชุด เอเชียน คัพ 2011 ที่ กาตาร์ ก็คือ หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี อย่าง จิ ดอง-วอน ที่ทำไป 4 ประตู เป็นรองดาวซัลโวของทีมและทัวร์นาเมนท์

จิ ดอง-วอง เคยมาร่วมฝึกอยู่กับ เรดดิ้ง เมื่อตอนที่เขามีอายุ 16 ปี แต่ครั้งนี้เขาจะได้ย้ายมาที่ อังกฤษ ในฐานะนักเตะอาชีพ หลังจากที่ ซันเดอร์แลนด์ ยื่นเงิน 2 ล้านปอนด์ ให้กับ ชุนนัม ดราก้อนส์ เพื่อดึงตัวหอกโสมขาวไปร่วมทีม

ชีวิตใน พรีเมียร์ลีก ของ จิ-ดองวอน ออกมาไม่สวยหรูนัก เขาจึงถูกยืมตัวไปเล่นในลีกที่เป็นมิตรกับนักเตะเอเชียอย่าง บุนเดสลิกา กับ เอาส์บวร์ก และเคยย้ายไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเวลาสั้นๆ ก่อนจะย้ายกลับมาที เอาส์บวร์ก อีกครั้ง


เอเชียน คัพ 2015 ออสเตรเลีย

โยชิโนริ มุโตะ

เอเชียน คัพ 2015 ที่ออสเตรเลีย นับว่าเป็นปีที่ ซามูไรบลู ภายใต้การคุมทีมของ ฮาเวียร์ กากีร์เร กุนซือชาว เม็กซิโก ฟอร์มหลุดที่สุด แชมป์เก่าแพ้การดวลจุดโทษให้กับ สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ ตกรอบตั้งแต่รอบ 8 ทีม

มุโตะ อาจจะเป็นตัวสำรองให้กับ โอกาซากิ ในทีมชุดนี้ แต่เขาก็มักจะถูกเปลี่ยนลงสนามมาในครึ่งหลัง และด้วยอายุที่ยังน้อยบวกกับพรสวรรค์ในตัวก็ทำให้ ไมนซ์ 05 ได้ยื่นเงิน 2.8 ล้านยูโร ดึงตัวหัวหอกของ เอฟซี โตเกียว คนนี้มาร่วมทีม

ปัจจุบัน มุโตะ ค้าแข้งอยู่กับ นิวคาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ สาลิกาดง ใช้เงิน 10.7 ล้านยูโร เสริมเกมรุกมาให้กับ ราฟา เบนิเตซ แต่ดูเหมือนเส้นทางของเขาจะไม่ได้ราบรื่น หลังจากยิงไปเพียงแค่ 1 ประตูจากการลงสนาม 10 เกม


Powered by UFABET

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน