7 ตำนานไทยลีกคืนรังเก่าจะ “ปัง” หรือ “พัง”

7 ตำนานไทยลีกคืนรังเก่าจะ “ปัง” หรือ “พัง”

7 ตำนานไทยลีกคืนรังเก่าจะ “ปัง” หรือ “พัง”

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัว มาริโอ ยูรอฟสกี้ ตำนานของทีมกลับรังอีกครั้งถือเป็นดีลที่ฮือฮาไม่น้อย และก่อนหน้านี้ฟุตบอลไทยลีกก็มีการดึงนักเตะตำนานของทีมกลับทีมเก่า ส่วนผลงานจะ “ปัง” หรือ “พัง” นั้นเรามีมาฝาก…

ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล (โอสถสภาฯ)

นี่คือนักเตะที่เล่นชุดใหญ่ของ โอสถสภาฯ ตั้งแต่อายุ 18 ปี และกลายเป็นแข้งตัวหลักของทีมตั้งแต่ยังถูกเรียกว่า “ดาวรุ่ง” ไม่แปลกที่ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล จะลงสนามให้กับทีมทะลุหลักร้อยตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ

ฟอร์มอันโดดเด่นกับ โอสถสภาฯ รวมไปถึงการมีดีกรีนักเตะทีมชาติไทยก็ทำให้ “วังลันตา” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เนื้อหอมก่อนถูก เซมบาวัง เรนเจอร์ส ทีมดังในศึกเอส-ลีก สิงคโปร์ ดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งการก้าวขาออกจาก “พลังเอ็ม” ในวัย 25 ปีก็ทำให้เขาเป็นตำนานของทีมตั้งแต่เวลานั้น หลังจากผ่านการลงสนามให้กับทีมไปมากกว่าสองร้อยนัด

หลังจากไปโกยเงินที่สิงคโปร์ 4 ปี ธวัชชัย ก็หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้ง ที่ยังคงจงรักภักดีกับ โอสถสภาฯ และการกลับมาครั้งนี้ของเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ควีนส์คัพ ได้ถึง 3 สมัยซ้อน รวมไปถึงผลงานในไทยลีกที่พาทีมจบอันดับ 3 ในครั้งที่ 8 และ 9

ปี 2006 ธวัชชัย จะออกไปหาความท้าทายในต่างแดนอีกครั้งใน วี-ลีก เวียดนาม 1 ฤดูกาลก่อนจะกลับมาอยู่กับ โอสถสภาฯ อีกครั้งหนึ่งในปี 2007 ซึ่งก็เป็นช่วงปลายอาชีพค้าแข้งแล้วจึงไม่โดดเด่นเหมือน 2 ครั้งแรกที่อยู่กับทีม

ผลงาน : ผ่าน


ดัสกร ทองเหลา (บีอีซี เทโรศาสน)

เมื่อเอ่ยถึง ดัสกร ทองเหลา ภาพที่ทุกคนนึกถึงก็คือ สุดยอดกองกลางของเมืองไทยคนหนึ่งที่โด่งดังมาตั้งแต่เด็กๆ จนได้รับฉายาว่า “เด็กระเบิด”

ราชประชา อาจจะเป็นทีมแรกที่เขาค้าแข้ง แต่ทีมที่แจ้งเกิดให้คนรู้จักชื่อ ดัสกร ก็คือ บีอีซี เทโรฯ ที่ก้าวสู่ตัวหลักของทีมตั้งแต่อายุ 17 ปี ผ่านการค้าแข้งไทยลีก, รองแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงการติดทีมชาติทุกชุด (U-19,U-23 และชุดใหญ่) ตั้งแต่อายุ 18 ปี

ปี 2007 ดัสกร ต้องโบกมือลา บีอีซี เทโร เพื่อไปค้าแข้งกับ ฮอง อันห์ ยาลาย ที่ทุ่มทุนคว้าตัวเขาไปค้าแข้งที่ วี-ลีก เวียดนาม ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองไทยในปี 2010 เมื่อ เอสซีจี เมืองทอง ควักเงิน 7 หลัก คว้าตัวเขามาร่วมทีม จนกลายเป็นตำนานของ “กิเลนผยอง” ไปอีกหนึ่งคน

อายุที่มากขึ้นทำให้โอกาสในการลงสนามของเขาในถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม น้อยลง นั้นก็ทำให้ต้นสังกัดต้องปล่อยเขาไปให้ทีมอื่น และ บีอีซี เทโร คือทีมที่เหมาะสมที่สุด ดัสกร ถูกส่งไปให้กับ “มังกรไฟ” ในปี 2017 ถือเป็นการคัมแบ็คกลับถิ่นเก่ารอบ 11 ปี

อาจจะไม่ใช่แกนหลักที่ลงให้กับทีมทุกนัด แต่ก็ใช้ประสบการณ์ช่วยทีมได้เยอะ ด้วยการลงสนาม 25 (ตัวจริง16) ยิงไป 1 ประตู ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อุดรธานี เอฟซี ในลีกล่างในฤดูกาลที่ผ่านมา

ผลงาน : ผ่าน


ธีรเทพ วิโนทัย (บีอีซี เทโรศาสน)

ใครบ้างไม่รู้จัก “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ดาวยิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน แถมชื่อของเขาก็ติดอยู่ในหูแฟนบอลชาวไทยมานานนับ 17 ปี แม้ว่าบางครั้งจะมีเสียงโห่จากแฟนบอลเข้าใส่เขา แต่ลึกๆแล้ว นี่คือหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลไทยชื่นชอบมากที่สุด

หลังจากกลับจากอังกฤษทั้งการเป็นนักเตะเยาวชน คริสตัล พาเลส และ ไปฝึกโครงการช้าง-เอฟเวอร์ตัน รุ่นแรก กลับมาเมืองไทยก็เริ่มค้าแข้งกับสโมสร บีอีซี เทโรศาสน พร้อมกับเป็นตัวหลักของทีมทันทีในปี 2006 และ 3 ฤดูกาลที่ “ลีซอ” เล่นให้กับ “มังกรไฟ” ก็ยิงไป 12 ประตู (2006 5ประตู, 2007 5 ประตู และ 2008 12ประตู) ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งที่เบลเยียมกับสโมสร เค ลีร์เซ

กระทั่งตลาดซื้อขายนักเตะวันสุดท้ายของเลกสองปี 2009 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างความฮือฮาด้วยการคว้าตัว “ลีซอ” มาร่วมทีม โดยเขายิงไปเพียง 2ลูกเท่านั้นในปีที่เมืองทอง คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรก

ฤดูกาล 2010 “ลีซอ” ยิงไปเพียง 2ลูกในเลกแรก และโอกาสการลงสนามก็มีน้อยทำให้ ทีมปล่อยตัวเขาให้กับ บีอีซี เทโร ยืมตัว ถือเป็นการคัมแบ็คกลับสู่ทีมอีกครั้ง พร้อมกับยิงไป 3ประตู แถมฟอร์มการเล่นก็โดดเด่นอีกด้วย ก่อนจะมีการซื้อขาดในปีต่อมาและยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการ (6ลูกในไทยลีก)

ปี 2012 ธีรเทพ วิโนทัย ถูก บางกอกกล๊าส เอฟซี ทุ่มทุนคว้าตัวไปร่วมทีมเป็นการปิดฉากตำนาน “มังกรไฟ” เป็นที่เรียบร้อยและดูไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปอีก

ผลงาน : ผ่าน


ซูมาฮูโร ยาย่า (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

หากพูดถึงตำนานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชื่อแรกๆที่แฟนบอลคิดถึงก็คือ ซูมาฮูโร ยาย่า ดาวยิงคนสำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 1 พร้อมกับเป็นคีย์แมนพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกให้กับทีมอีกด้วย

32 ประตูจาก 72 นัด ในการเล่นให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ก็ทำให้ไปเข้าตาแมวมองจากยุโรป ก่อนที่จะถูกขายให้กับ เกนท์ ทีมดังในลีกเบลเยียม พร้อมกับนำเงินเข้ากระเป๋าสโมสรจำนวน 20 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อ 8 ปีที่แล้วสำหรับวงการฟุตบอลไทยหลังจากไปค้าแข้งยุโรปนานเกือบ 7 ปี ยาย่า ก็หวนกลับสู่เมืองไทยอีกครั้งหนึ่งในเลกสองฤดูกาล 2016 ที่ถือเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาสำหรับวงการฟุตบอลไทย ด้วยความที่เป็นตำนานและสร้างชื่อเสียงให้กับสโมสรอาจจะทำให้ เมืองทองฯ ไม่ได้ตรวจร่างกาย ยาย่า ก่อนเซ็นสัญญา

ยาย่า มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาและไม่สามารถเรียกความฟิตลงสนามช่วยทีมได้ สัญญา 2 ปีครึ่งของเจ้าตัวก็นั้นหมดลงก่อนกำหนด เมื่อ เมืองทองไม่สามารถรอเจ้าตัวที่เจ็บนานครึ่งปีได้ และมีการยกเลิกสัญญาในที่สุด ชนิดที่ว่าการกลับมารอบสองไม่ได้ลงสนามช่วยทีมแม้แต่นัดเดียว

ล่าสุด ยาย่า ก็ค้าแข้งกับ วาดี้ เดกลา ในฟุตบอลลีกอียิปต์ ที่ตลอดทั้งฤดูกาลลงสนามให้กับทีมไปเพียง 1 นัด ในฐานะตัวสำรอง 19 นาที

ผลงาน : พัง


อนุรักษ์ ศรีเกิด (ทีโอที เอสซี)

มิดฟิดล์พลังไดนาโมอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย ทีผ่านการรับใช้ทีมชาติมากถึง 72 นัด โดย อนุรักษ์ ศรีเกิด มีจุดเริ่มต้นมาจากสโมสรฟุตบอล องค์การโทรศัพท์ หรือ ทีโอที

ไทยลีกครั้งแรก อนุรักษ์ ศรีเกิด กลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากระเบิดฟอร์มพา องค์การโทรศัพท์ คว้ารองแชมป์ไทยลีก ในฤดูกาลปกติก (ก่อนจะแพ้ ธ.กรุงเทพ รอบตัดเลือกของการเพลย์ออฟหาทีมแชมป์) ฟอร์มอันโดดเด่นของเขาก็ทำให้ถูก บีอีซี เทโร ทุ่มทุนคว้าตัวเขาไปร่วมทีม

หลังจากไปอยู่กับ บีอีซี เทโร นานถึง 7 ปีจนกลายเป็นตำนานของ “มังกรไฟ” รวมไปถึงไปค้าแข้งใน เอส-ลีก สิงคโปร์ กับวูดแลนด์ส เวลลิงตัน ก็หวนคืนกลับสู่ ทีโอที อีกครั้ง ในปี 2004/05 ที่สโมสรเลื่อนชั้นมาจาก ดิวิชั่น 1

การย้ายทีมครั้งนั้นของ อนุรักษ์ ศรีเกิด ถือว่าฮือฮามาก เพราะจากนักเตะตัวหลัก บีอีซี เทโร แต่เลือกมาเล่นให้กับทีมน้องใหม่ที่แทบไร้สตาร์ดังในทีม แม้จะพกดีกรีทีมชาติมาช่วยทีมแต่ก็ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดได้ ทีโอที ต้องตกชั้น ส่วน อนุรักษ์ ย้ายไปค้าแข้งทีสิงคโปร์ อีกครั้งหนึ่ง

และการย้ายกลับสู่ทีมครั้งที่ 3เมื่อ ทีโอที เลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง อนุรักษ์​ ศรีเกิด ในวัยเข้าสู่เลข 3 ก็กลับมาช่วยทีมอีกครั้งและมีส่วนในการพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุด 2 ปีติด ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ พีทีที ระยอง และแขวนสตั๊ดที่นั้น

ผลงาน : ผ่าน


ศรายุทธ ชัยคำดี (การท่าเรือ)

นี่คือหนึ่งในดาวยิงที่ทำประตูเกิน 100ลูกในฟุตบอลไทยลีก “โจ้5หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี ดังระเบิดจากการค้าแข้งกับสโมสรการท่าเรือ ด้วยการคว้าดาวซัลโวไทยลีกตั้งแต่อายุ 21 ปี และการคว้าดาวซัลโวไทยลีกครั้งที่ 2 ให้กับตัวเองในฤดูกาล 2004/05 ก็ทำให้เขาดังระเบิดจนเนื้อหอมโดนหลายทีมรุมแย่งตัวไปร่วมทีม

ปี 2005 บิ่ญดิ่ญ ทีมดังจากเวียดนามคว้าตัวศูนย์หน้าทีมชาติไทยคนนี้ไปร่วมทีม 2 ปีที่เวียดนามก็เก็บเงินได้พอสมควร ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองไทยด้วยเล่นให้ต้นสังกัดเก่าอย่างการท่าเรือในปี 2007 แม้จะยิงได้เพียง 5ลูก แต่ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงก็ทำให้ โอสถสภาฯ คว้าตัวเขาไปร่วมทีม ถือเป็นการย้ายออกจากทีมครั้งที่สอง

ไปอยู่กับ โอสถสภาฯ ได้ 2 ปียิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เขาก็ตัดสินใจย้ายกลับสู่การท่าเรืออีกครั้งหนึ่ง การกลับมาของสู่ทีมครั้งที่ 3 ในฐานะ ตำนานกลับบ้านเก่า ก็ยังคงยอดเยี่ยม ด้วยการยิงไป 13 ประตูในลีกพาทีมจบอันดับ 4 พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์โตโยต้าลีกคัพ มาครอง แม้ว่าจะไม่ได้เล่นในนัดชิงแต่ฟอร์มอันร้อนแรกตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ก็ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปีดังกล่าวมาครอง

ปีต่อมาเขาก็ถูก บางกอกกล๊าส เอฟซี คว้าตัวไปร่วมทีม ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่เขาต้องย้ายออกจากทีมและไม่ได้กลับไปอีกเลย แต่นี่ก็คือเป็น ตำนานของ การท่าเรือ คนหนึ่ง

ผลงาน : ยอดเยี่ยม


ลูโดวิด ทาคาม (พัทยา ยูไนเต็ด)

นี่คือตำนานของ “โลมหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด หลังจากมาเมืองไทยปีแรกก็คว้าดาวซัลโวทันทีด้วยการซัดไป 17 ประตูในไทยลีกปี 2010 และฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวในปี 2011 ก็ทำให้ ชลบุรี เอฟซี ทีมร่วมเมืองต้องดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แต่กลายเป็นว่า การไปสวมเสื้อ ชลบุรี เอฟซี ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ทำให้เขาอยู่กับ “ฉลามชล” ได้เพียงครึ่งแรก ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับทีมเก่าที่สร้างชื่อให้กับเขา พร้อมกับระเบิดฟอร์มยิงไป 10 ประตูในเลกสองฤดูกาล 2012

ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาก็ถูก เพื่อนตำรวจ ทีมเงินถุงเงินถังในเวลานั้นทุ่มเงินคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ปิดตำนานเครื่องจักรถล่มประตูของ พัทยา ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อย

ผลงาน : ผ่าน

Powered by UFABET


สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน